Clipping-female-genitalia-in-Soma-news-site

ผู้หญิงจำนวน 200 ล้านคน ต้องเผชิญกับทุกข์อันใหญ่หลวง จากการถูก ‘ขริบ’ อวัยวะเพศหญิง โดยเป็นวัฒนธรรมปฏิบัติเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ จนกระทั่งองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ออกมาแถลงการณ์ว่า การกระทำอันโหดร้ายเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากจะส่งผลกระทบทางร่างกายแล้ว ยังก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจในระยะยาวอีกด้วย

การขริบอวัยวะเพศหญิงที่โซมาเลีย วัฒนธรรมปฏิบัติโบราณที่ควรจบสิ้น

‘นางฮิโบ’ วัย 48 ปี เธอเป็นหนึ่งในหญิงที่ต้องปฏิบัติตามวัฒนธรรมขริบอวัยวะเพศ จนเกิดความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ เธอเกิดในประเทศโซมาเลีย โดยในประเทศนี้ มีตัวเลขสูงถึง 98% จากผู้หญิงที่ถูก ‘บังคับ’ ให้ขริบของลับแบบไร้ทางออก

นางฮิโบเอง ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมการขริบอวัยวะเพศ ตอน 6 ขวบเท่านั้น สำหรับวิธีการขริบอวัยวะเพศของเธอนั้น ถูกจัดอยู่ในอันดับ 3 ตามการบัญญัติขององค์การ WHO นั่นก็คือ ใช้มีดโกนตัดทั้งแคมใหญ่-แคมเล็กออกให้เกลี้ยง หลังจากนั้นจึงเย็บปิดรูอวัยวะเพศ ให้เหลือเพียงช่องเล็กๆ ผิดธรรมชาติ มีขนาดเพียงเท่าหัวไม้ขีดไฟเท่านั้น ! นางฮิโบ ยังจำความเจ็บปวดในตอนนั้นได้อย่างไม่ลืมเลือน โดยเธอเล่าว่าเหมือนถูกเอาพริกผสมเกลือมาทาที่บาดแผลซึ่งอยู่ตรงอวัยวะเพศ และการขริบก็ยังส่งผลร้ายแรงต่อมา คือ ทำให้เธอไม่อาจปัสสาวะได้ตามปกติ อีกทั้งน้ำปัสสาวะในแต่ละหยดมาพร้อมความเจ็บปวด ต้องใช้เวลาขับถ่ายครั้งล่ะ 4-5 นาที นอกจากประเทศโซมาเลียแล้ว การขริบอวัยวะเพศหญิง ก็ยังเป็นธรรมเนียมที่พบได้อีกในหลายๆ ประเทศ แต่พบมากเป็นพิเศษ ที่อินโดนีเซีย, อียิปต์ และเอธิโอเปีย

news-site-Clipping-female-genitalia-in-Soma

องค์การ WHO ได้จำแนกการขริบอวัยวะเพศหญิงออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่…

• ตัดปุ่มกระสัน หรือ คลิสตอริส เพียงอย่างเดียว
• ตัดปุ่มกระสัน และแคมเล็ก
• ตัดแคมใหญ่ – แคมเล็ก พร้อมเย็บปิดรูให้เหลือเพียงรูขนาดเล็ก
• การกระทำใดก็ตามที่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะเพศ

ผลร้ายจากการขริบอวัยวะเพศ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด, ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ, การติดเชื้อในไต, ซีสต์, อาการเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนปัญหาทางด้านจิตใจระยะยาว เหยื่อบางรายอาจเกิดผลกระทบทางจิตใจ เช่น โรคเครียด และโรค PTSD ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้รัฐบาลอังกฤษ จึงได้ออกมากำหนดให้การขริบเช่นนี้ เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ! อย่างเป็นทางการในปี 2003 ทางด้านกลุ่มนักเคลื่อนไหวรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่องนี้ แก่เด็กหญิงที่มีความเสี่ยงที่จะถูกผู้ปกครองพาไปขริบอวัยวะเพศในต่างประเทศ